ตามหลักการของเพอร์มาคัลเชอร์แล้ว หากเราสามารถออกแบบ และนำหลักการเพอร์มาคัลเชอร์ไปสู่การปฏิบัติได้จริง ชีวิตในฟาร์มแบบเพอร์มาคัลเชอร์จะไม่ใช่ชีวิตเกษตรกรที่ต้องทำงานหนักและยากจนไปตลอดอย่างที่คนเมืองสมัยนี้เข้าใจ จริงๆแล้วอาจเรียกได้ว่าเป็นวิถีเกษตรของคนขี้เกียจก็ว่าได้

เพราะเพอร์มาคัลเชอร์ มีคำว่าถาวร อยู่ในชื่อของมัน การตีความอย่างหนึ่งอาจหมายถึง ลงแรงเพียงครั้งเดียว แล้วสามารถเก็บเกี่ยวไปได้เรื่อยๆ เมื่อระบบที่เราออกแบบไว้เกิดความสมดุลย์ องค์ประกอบต่างๆก็จะทำงานเป็นกลไกที่หมุนวนไปเรื่อยๆได้เหมือนระบบนิเวศน์ในธรรมชาติ เราจึงตื่นนอนและเข้านอน พร้อมกับแสงอาทิตย์

อย่างไรก็ดี เราก็ยังต้องลงแรงในครั้งแรก เพื่อที่จะเปลี่ยนพื้นที่ของเราให้กลายเป็นสวนผลไม้ สวนป่า หรือแปลงปลูกธัญพืชแบบที่เราต้องการ วันหนึ่งๆในฟาร์มของสหายน่านไม่เหมือนกันสักวัน แต่ก็สามารถสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้

5.30 น. ตื่นแต่เช้า ผลัดกันทำอาหารเช้า หรือทำงานอย่างอื่น เช่น รดน้ำแปลงผัก

7.00 น. ทานอาหารเช้าร่วมกัน

8.30 น. นักเรียนเข้าห้องเรียนภาคทฤษฎี อาสาสมัครทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย

10.00 น. นักเรียนและอาสาสมัคร ทำงานภาคปฏิบัติร่วมกัน

11.00 น. บางส่วนเริ่มลงมือทำอาหารกลางวัน

12.00 น. ทานอาหารกลางวันร่วมกัน

12.30 น. แดดร้อน นอนพักผ่อนเอาแรง แพ้พระอาทิตย์ก็ตรงนี้

14.30 น. นักเรียนเข้าห้องเรียนภาคทฤษฎี อาสาสมัครทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย

16.00 น. นักเรียนและอาสาสมัคร ทำงานภาคปฏิบัติร่วมกัน

17.00 น. บางส่วนเริ่มลงมือทำอาหารเย็น

18.30 น. ทานอาหารเย็นร่วมกัน

19.00 น. แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่ได้ระหว่างวัน เล่นดนตรี เล่นเกมร่วมกัน

20.00 น. พระอาทิตย์ไปนอนนานแล้ว จบไปอีกวันกับชีวิตในฟาร์ม